ยุงก้นปล่อง

ยุงก้นปล่อง

ยุงก้นปล่อง ยุงก้นปล่อง - ยุงในประเทศไทยนั้นมีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นยุงลายบ้าน ยุงลายสวน และยุงชนิดอื่น ๆ แต่ว่ายุงที่เป็นพาหะในการแพร่เชื้อโรคไข้มาลาเรียคือยุงก้นปล่อง ได้ทั่วพื้นที่ในประเทศไทยโดยเฉพาะเขตร้อน ลักษณะโดยทั่วไปของยุงก้นปล่องนั้นจะสังเกตได้อย่างชัดเจนที่ระยางของปากจะมีความยาวประกอบกับส่วนท้ายของลำตัวนั้นจะมีความโค้งงอ ส่วนใหญ่ยุงชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในบริเวณป่า สวนผลไม้ สวนยางพารา ซึ่งยุงก้นปล่องนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ ยุงที่มีความสามารถในการแพร่เชื้อแบบสายตรงและอีกชนิดก็จะเป็นการแพร่เชื้อแบบทางอ้อม หลายคนอาจจะสงสัยว่าการแพร่เชื้อทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันยังไง ถ้าหากอธิบายง่าย ๆ ก็คือการแพร่เชื้อในแบบแรกนั้นจะมีความรุนแรงมากกว่าการแพร่เชื้อโรคไข้มาลาเรียในแบบที่ 2 นั้นเอง ยุงก้นปล่องแพร่เชื้อแบบสายตรงนั้นยังสามารถแบ่งออกเป็นสามสายพันธุ์หลัก ๆ ก็คือ ยุงก้นปล่องไดรัส ยุงก้นปล่องมินิมัส และยุงก้นปล่องแมคคูลาคัส ซึ่งยุงแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะเด่นที่ต่างกันตัวอย่างเช่นยุงก้นปล่องชนิดไดรัสเป็นยุงที่ความสามารถในการแพร่เชื้อโรคมาลาเรียได้สูงมาก ลักษณะของยุงชนิดนี้นั้นจะชอบอยู่อาศัยบริเวณโพรงไม้ สถานที่ร่มเย็น มีความชื้นสูง มีเวลาออกหากินในเวลาประมาณ 18.00 -04.00 น. และยุงก้นปล่องชนิดที่ 2 คือชนิด มินิมัสจะเป็นยุงที่ออกหากินในเวลาประมาณ 18.00 - 22.00 น. ซึ่งยุงชนิดนี้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย และยุงก้นปล่องแมคคูลาคัสชนิดสุดท้ายจะเป็นยุงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับยุงชนิดที่ 2 แต่จะสามารถพบได้ในแถบภาคใต้ของไทย ยุงชนิดนี้มีความแตกต่างจากชนิดอื่นในด้านของการวางไข่ซึ่งจะชอบสถานที่ที่เป็นธารน้ำไหลและมีแสงส่องถึง ส่วนเวลาหากินของยุงชนิดนี้นั้นก็เป็นเวลาประมาณ 18.00 - 21.00 น. ยุงก้นปล่องที่มีการแพร่เชื้อแบบทางอ้อมนั้นก็ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดอีกเช่นกันคือ ยุงก้นปล่องชนิดซันไดคัส ยุงก้นปล่องชนิดอโคไนตัส และ ยุงก้นปล่องชนิดซูโดวิวโมไร ยุงทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถพบได้ทั่วพื้นที่ในประเทศไทยเช่นกันแต่ว่าในส่วนของยุงซันใดคัสจะสามารถพบได้มากแถบชายทะเลภาคใต้ ส่วนยุงก้นปล่องไคโอไนตัส จะเป็นยุงที่ชอบอาศัยอยู่บริเวณที่ราบต่าง ๆ อย่างเช่นทุ่งนา และยุงก้นปล่องซูโดวิวโมไรชนิดสุดท้ายนั้นจะเป็นยุงที่ชอบอาศัยอยู่ในป่าอย่างเดียว ถึงแม้ว่ายุงก้นปล่องน้ำจะมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันทั้งที่สามารถแพร่เชื้อได้แบบทางตรงและแพร่เชื้อได้แบบทางอ้อมก็ตาม แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรจะถูกยุงกัดจะเป็นการดีที่สุด ดังนั้นควรจะมันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่อยู่บริเวณบ้านและจัดการกับแหล่งที่คาดว่ายุงจะอยู่อาศัยอยู่เสมอ

ยุงรำคาญ

ยุงรําคาญ

ยุงรําคาญ ยุงรําคาญ ที่จัดอยู่ในกลุ่มคิวลิซินีแต่บางคนอาจจะเรียกว่ายุงบ้าน ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปนั้นจะเป็นยุงที่ มีลำตัวขนาดเล็กแต่ว่าจะมีขาที่ยาวกว่าลำตัวมาก ซึ่งยุงรำคาญนั้นเป็นยุงที่เป็นพาหะในการนำโรคไข้สมองอักเสบ และมักจะอยู่อาศัยตามแหล่งน้ำทั่วไป ซึ่งจะมีการเจริญเติบโตอยู่ทั้งหมด 4 ระยะด้วยกัน คือระยะที่เป็นไข่ ระยะเป็นตัวอ่อน ระยะเป็นดักแด้หรือตัวโม่งและ ระยะตัวเต็มวัย ส่วนพฤติกรรมทั่วไปของยุงรำคาญนั้นจะไม่ชอบแสงสว่างซึ่งมักจะออกหากินในเวลาที่มืดครึ้มหรือใต้ร่มเงาต้นไม้หนาทึบเท่านั้น การเจริญเติบโตของยุงรำคาญในระยะที่เป็นไข่นั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันซึ่งไข่ของยุงรำคาญนี้ไม่สามารถอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความแห้งแล้ง แล้วพอหลังจากนั้นก็จะกลายเป็นระยะของตัวอ่อนในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการฟักตัวเพื่อที่จะเป็นตัวโม่ง และต่อมาจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วันแล้วจะพัฒนากลายเป็นยุงรำคาญที่โตเต็มที่ ซึ่งในระยะสุดท้ายนี้ยุงจะมีลักษณะลำตัวเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงสีดำสนิท และบริเวณร่างกายก็มีจุดเล็ก ๆ ตามลำตัวแต่ว่าจุดเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าจะต้องลองดูจากแว่นขยายเท่านั้น และในขณะที่ยุงรำคาญยังเป็นตัวโม่งจะไม่มีการกินอาหารใด ๆ ซึ่งยุงรําคาญนั้นจะมีการเจริญเติบโตตามสภาพอุณหภูมิและอาหารที่สะสมอยู่ในแอ่งน้ำนั้น ๆ ยุงรำคาญจะเป็นพาหะในการนำโรคไข้สมองอักเสบ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีความวิตกกังวลเนื่องจากว่าโรคชนิดนี้มีวัคซีนป้องกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่วัคซีนชนิดนี้จะถูกฉีดให้กับบุคคลทั่วไปตั้งแต่ในวัยเด็ก เนื่องจากว่าเป็นสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ ซึ่งการฉีดวัคซีนนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ครั้งด้วยกันครั้งแรกจะเป็นการฉีดตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปี ครั้งที่ 2 นั้นจะเป็นการฉีดห่างจากครั้งแรก 3 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายจะเป็นการฉีดเมื่อเด็กอายุ 2 ปีครึ่ง ซึ่งระยะเวลาในการป้องกันโรคไข้สมองอักเสบนั้นคือตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรจะให้ยุงกัดจะดีที่สุดเพราะว่าเราไม่สามารถจำแนกได้ว่ายุงที่มากัดเรานั้นเป็นยุงชนิดไหนสายพันธุ์อะไรและเป็นพาหะนำโรคของอะไร ดังนั้นควรจะมันตรวจสอบดูแลสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ภายในที่อยู่อาศัยให้มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ไม่มีแหล่งน้ำท่วมขังหรือจุดที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงซึ่งอาจจะกำจัดด้วยการใช้ทรายอะเบทหรือเทน้ำท่วมขังเรานั้นทิ้งออกไปก็ได้ วงจรชีวิตของยุงรำคาญ วงจรชีวิตของยุงรำคาญมี 4 ระยะ คือ ระยะเป็นไข่ ระยะเป็นตัวอ่อน ระยะเป็นดักแด้ และระยะเป็นตัวแก่ ในกรณีที่สภาวะแวดล้อมเหมาะสมอาจใช้เวลาประมาณ 9-13 วัน ยุงรำคาญชอบวางไข่ในน้ำนิ่งในภาชนะต่างๆ เช่น กระป๋อง โอ่ง ฯลฯ หรืออาจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีน้ำนิ่ง เช่น อ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน ฯลฯ อาจจะวางไข่ในน้ำที่มีสภาพต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่มีความใสสะอาด ไปจนถึงน้ำขุ่นสกปรก น้ำเสีย หรือน้ำกร่อย การวางไข่จะวางเป็นแพ ระยะเป็นไข่ รูปร่างคล้ายบุหรี่ซิการ์หรือ ทอร์ปิโด [...]

ยากันยุงไฟฟ้า

ยากันยุงไฟฟ้า ยากันยุงไฟฟ้า - ยากันยุงในปัจจุบันนี้ก็มีมากมายอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นยากันยุงแบบพ่น ยากันยุงแบบจุด ยากันยุงแบบทา และยากันยุงในรูปแบบของสารหอมระเหยต่าง ๆ  แต่ว่าในวันนี้เราจะมาพูดถึงยากันยุงไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะยากันยุงชนิดนี้สามารถใช้งานได้ง่ายมีความสะดวกสบายต่อชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปทำความรู้จักกับยากันยุงชนิดนี้กันได้เลย ยากันยุงไฟฟ้านั้นก็เป็นยากันยุงที่พัฒนามาจากยากันยุงแบบจุด ที่เราเคยเห็นแบบทั่วไปนั่นเองแต่ว่าจะมีการใช้งานที่ง่ายกว่า อีกทั้งยังช่วยไล่ยุงได้นานกว่ายากันยุงแบบจุดมาก ๆ ต่อการใช้งาน 1 ครั้ง ซึ่งมีตั้งแต่ 30 วันถึง 90 วัน ยากันยุงชนิดนี้นั้นสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภทคือแบบแผ่นเสียบและชนิดน้ำ ส่วนการใช้งานนั้นก็ไม่ต่างกันมากโดยตัวเครื่องนั้นจะประกอบด้วย 2 อุปกรณ์เป็นหลัก ชิ้นแรกจะเป็นส่วนฐานที่ใช้เสียบกับไฟฟ้า ชิ้นที่ 2 นั้นจะเป็นส่วนของยากันยุงที่จะมีอายุการใช้งานแตกต่างกันไปตามรุ่นหรือตามชนิดที่ทางโรงงานได้ออกแบบมา หลายคนมักจะมีความเชื่อผิดผิดเกี่ยวกับยากันยุงไฟฟ้าที่บอกว่าเมื่อใช้งานแล้วอาจจะทำให้ปวดหัว เวียนหัว หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วยากันยุงชนิดนี้ ก็แทบจะไม่ต่างจากยากันยุงแบบจุดเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงที่มากกว่าอีกด้วย ดังนั้นหากใครใช้งานอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องมีความกังวลอีกต่อไป เพราะว่ากว่าที่อุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกวางขายตามร้านสะดวกซื้ออย่างโจ่งแจ้งนั้นก็จะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานจากทางโรงงานอยู่แล้ว ยากันยุงไฟฟ้านั้นมีวิธีการใช้งานที่สะดวกสบายมาก ๆ  ด้วยการประกอบเอาตัวยากันยุงและฐานเสียบเข้าด้วยกันแล้วนำไปเสียบกับปลั๊กไฟทิ้งไว้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องถอดออกมาบ่อย ๆ  ซึ่งยากันยุงชนิดนี้มักจะถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก ส่วนวิธีการเปลี่ยนยากันยุง ก็สังเกตว่าถ้าหากตัวยาละลายหมดแล้วนั้นก็สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ๆ  โดยการซื้อมาแต่ตัวยากันยุงเท่านั้นไม่จำเป็นต้องซื้อตัวเครื่องมาใช้งานใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย และยังไม่มีควัญมารบกวนผู้อยู่อาศัยเหมือนยากันยุงแบบจุดอีกด้วย

ทรายอะเบท … คืออะไร

ทรายอะเบท ... คืออะไร ทรายอะเบท - เชื่อว่าหลายคนก็คงจะเคยได้ยินและรู้จักกับคำว่าทรายอะเบทอยู่มากพอสมควร ซึ่งสารชนิดนี้นั้นมีความสามารถในการป้องกันหรือยับยั้งการวางไข่ของยุงได้เป็นอย่างดี เพราะยุงลายเป็นต้นเหตุของไข้เลือดออก และในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับความลับของทรายอะเบทกันว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีนั้นคืออะไรกันแน่ ทรายอะเบทนั้นก็คือทรายธรรมดาที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปเพียงแต่ว่าถูกนำมาเคลือบสารเคมีประเภทอัอะเบท จนกลายเป็นสารเคมีฟอสเฟต ซึ่งมีชื่อเรียยกอย่างเป็นทางการว่า Abate Sand Granules และเมื่อสารเคมีนี้สัมผัสกับน้ำจะทำปฏิกิริยาทำให้น้ำบริเวณนั้น ๆ มีฤทธิ์เป็นเบส ซึ่งจะส่งผลให้ยุงไม่สามารถมาวางไข่ได้อีกต่อไปโดยมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 3 เดือน นอกจากนี้แล้วถ้าหากในน้ำนาน ๆ มีไข่ยุงหรือลูกน้ำยุงลายอยู่แล้ว ทรายอะเบทก็จะช่วยกำจัดลูกน้ำยุงลายออกไปได้อีกเช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าทรายอะเบทไม่สามารถกำจัดกับลูกน้ำยุงลายที่โตเต็มวัยแล้วได้ สำหรับวิธีการใช้งานของทรายอะเบทนั้น ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำทรายอะเบทไปรวยในน้ำที่ท่วมขังหรือบริเวณที่คาดว่ายุงลายจะมาวางไข่ในอัตราส่วนทรายอะเบท 1 กรัมต่อน้ำปริมาณ 10 ลิตร ซึ่งในอัตราส่วนเท่านี้นั้นเป็นอัตราส่วนที่เชื่อว่าสามารถป้องกันการวางไข่ของยุงลายได้อย่างพอดี แต่ว่าถ้าหากใครต้องการจะใช้ทรายอะเบทปริมาณมากผสมลงไปในน้ำก็สามารถทำได้เช่นกัน ยิ่งจะทำให้น้ำนั้น ๆ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการวางไข่ของยุงลายได้สูงขึ้น แต่จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ถึงแม้ทรายอะเบทจะมีฤทธิ์ในการป้องกันการแพร่พันธุ์ของยุงลายแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ควรมีข้อควรระวังในเรื่องของอันตรายต่อการใช้งาน เพราะว่าสารชนิดนี้มีลักษณะเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต จึงไม่ควรที่จะให้มีการปนเปื้อนลงไปในอาหาร ส่วนถ้าใครที่ต้องการใช้งานทรายอะเบทเพื่อนำไปกำจัดอย่างไรนั้นสามารถไปสอบถามได้ที่อนามัยหรือสำนักงานให้บริการทางสาธารณสุขในพื้นที่ของตนเองได้ ซึ่งทางกระทรวงเหล่านี้มักจะมีการนำมาแจกให้ฟรีอยู่แล้ว แต่ถ้าใครต้องการนำไปใช้งานในปริมาณที่มากก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายสารเคมีทั่วไปได้เช่นกัน การใช้งานทรายอะเบทนั้นแนะนำให้ใช้งานกับถ้วยรองน้ำที่ใส่บริเวณขาตู้กับข้าวหรือแหล่งน้ำท่วมขังที่ไม่สามารถทำการเททิ้งหรือเปลี่ยนได้ และแน่นอนว่าน้ำเหล่านี้จะต้องไม่ถูกใช้งานเกี่ยวกับการบริโภค  และในการใช้งานทรายอะเบทนั้นหลาย ๆ คนอาจจะได้รับกลิ่นเหม็นจากปฏิกิริยาของทรายอะเบทไปบ้าง แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่ากลิ่นเหม็นเหล่านี้จะหายไปโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน

ไข้เลือดออก อาการ

ไข้เลือดออก อาการ ไข้เลือดออก เป็นอย่างไร

ไข้เลือดออก อาการ ไข้เลือดออก เป็นอย่างไร อย่าให้คนรักของคุณต้องจากไปเพราะ “ไข้เลือดออก” ไข้เลือดออก อาการ ไข้เลือดออก - สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา  พบว่ายังมีผู้ป่วยเสียชีวิตทุกปีจากโรคนี้ แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงบ้างในบางปี แต่การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักหรือในบางครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักอันยิ่งใหญ่    ผลพวงและปัญหาที่ตามมาส่งผลกระทบทั้งครอบครัวและสังคม ไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสเดงกี (Dengue virus )  ทางการแพทย์จึงเรียกโรคนี้ว่า Dengue hemorrhagic fever  โดยใช้อักษรย่อ DHF  โดยมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค  อาการของโรคนี้แม้จะคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรก  แต่มักจะไม่ค่อยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือไอมากอย่างผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด  ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก  และพบว่าในปัจจุบันประชาชนมักซื้อยาตามร้านขายยารับประทานเองมากขึ้น เนื่องจากสะดวกหาซื้อได้ง่ายไม่เสียเวลา จนทำให้อาการของโรครุนแรง     ส่วนอาการและความรุนแรงของโรคก็มีหลายระดับตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยไปจนถึงเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต (ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นอยู่กับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อไวรัส) อาการ ไข้เลือดออก ระยะไข้ อาการสำคัญและชัดเจนที่สุดคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 39 – 41 องศาเชลเชียส  ลักษณะของไข้สูงลอยเกือบตลอดเวลา   ไข้อาจลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อได้รับประทานยาลดไข้ ระยะของไข้  โดยทั่วไปประมาณ 2 - 7 วัน  ส่วนใหญ่อาการจะแสดงชัดเจนในช่วง 2 - 5  วัน  (การเจาะเลือดเพื่อหาเชื้อไวรัสเดงกี่มักทำในวันที่ 3 ของไข้ จะได้ผลค่อนข้างแม่นยำ) อาการอื่นๆ ที่พบได้มาก คือปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามกระดูกและข้อ  หน้าแดง  ตัวแดง รับประทานอาหารได้น้อยลง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย การดูแลที่สำคัญในระยะไข้ คือ การเช็ดตัวลดไข้และดูแลความสุขสบายต่าง ๆ  ตั้งแต่ปากและฟัน เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ และทำให้การรับรสอาหารดีขึ้น   [...]

หลอดไฟไล่ยุง

หลอดไฟไล่ยุง

หลอดไฟไล่ยุง หลอดไฟไล่ยุง - ในปัจจุบันนี้มีหลอดไฟให้เราเลือกใช้อยู่มากมายหลายประเภท มีทั้งหลอดไฟที่ให้ความสว่างแตกต่างกัน หรือว่าเป็นหลอดที่มีความสว่างเท่ากันแต่เป็นคนละประเภท ซึ่งประสิทธิผลก็ย่อมแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน ดังนั้นก่อนการเลือกติดตั้งหลอดไฟ ภายในบ้านของเรานั้น ควรศึกษาและทำความเข้าใจหลอดไฟประเภทต่างๆ ในท้องตลาดว่ามีลักษณะและประเภท การใช้งานอย่างไร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย อย่างการเลือกใช้หลอดไฟไล่ยุง ควรมีคุณลักษณะการทำงานดังนี้ หลักการทำงานของหลอดไฟไล่แมลง เป็นการเลียนแบบ คุณสมบัติบางประการของแสงอาทิตย์ ซึ่งมีสเปคตรัมสีพิเศษที่อ่อนไหวต่อประสาทตาของแมลง โดยแมลงจะไม่ชอบเข้าใกล้  เมื่อเปิดหลอดไฟไล่แมลงจะให้แสงสีเหลืองนวล ตามสเปคตรัมพิเศษนั้น และยังใช้สารเคลือบชนิดพิเศษที่ไม่ก่อให้เกิดรังสียูวี  ซึ่งยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แมลงเข้าใกล้หลอด โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานจะครอบคลุมพื้นที่ที่แสงของหลอดไฟส่องถึง จะทำงานในการไล่แมลงออกไป และ ปลอดภัยสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง ข้อดีหลอดไฟไล่ยุง ประหยัดพลังงาน หลอดไฟจะปล่อยคลื่นแสงกระทบต่อแมลงและจะทำให้แมลงบินออกจากบริเวณที่มีแสง ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมี สะดวกต่อการติดตั้ง กินไฟน้อย ความร้อนต่ำ ใช้กับขั้วเดิมได้ทันที ไม่ต้องมีบาลลาสต์สตาร์เตอร์ อายุการใช้งานยาวนาน  ประหยัดไฟ เหมาะกับใช้ภายนอกบ้าน หลอดไฟไล่แมลง สีเหลืองให้แสงสีเหลืองเข้ม เพื่อกันแมลง เพราะคลื่นแสงสีเหลืองเข้มไม่เป็นช่วงที่แมลงให้ความสนใจ จึงทำให้ไม่มีแสงที่ดึงดูดแมลงเข้ามาหาหลอดไฟ ทำให้หลอดไฟไม่สกปรกและพื้นที่ที่ติดตั้งสะอาด สามารถใช้ป้องกันไม่ให้แมลงเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนในยามค่ำคืน ดังนั้นการออกแบบหลอดแบบนี้มาเป็นการดีแล้ว เพราะนอกจากเราจะไม่ถูกยุงและแมลงมารบกวนแล้วเราก็ไม่ไปรบกวนแมลงอีกด้วย บทความอื่นๆที่น่าสนใจ คลิก  

ตะไคร้หอมไล่ยุง

ตะไคร้หอมไล่ยุง ชื่อสมุนไพร:ต้นตะไคร้หอม ชื่อสามัญ:Citronella grass ตะไคร้หอม พืชสมุนไพรกลิ่นดี ไล่ยุงหนีกระเจิง ส่วนที่สามารถนำมาใช้ได้: ต้น ใบสด น้ำมันของต้นตะไคร้หอม ตะไคร้หอมไล่ยุง - ต้นไม้ที่มีชื่อน่าหอมนี้ เป็นไม้ยืนต้นซึ่งลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร ใบจะมีความยาวและนิ่มกว่าตะไคร้ธรรมดามีลักษณะทรงพุ่ม เป็นพืชที่ปลูกง่าย แค่ใช้เหง้าฝังดินหรือจะปลูกใส่กระถางวางไว้หน้าบ้านเป็นไม้ประดับก็สวยดี หรือสวนข้างบ้านก็ได้ประโยชน์ แถมยังช่วยกันเจ้ายุงร้ายให้อพยพหนีหายไม่มากวนใจเราอีก เพราะทนกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยในต้นตะไคร้หอมไม่ได้ยังไงละ ประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรตะไคร้หอม นำมาทำเป็นน้ำมันสกัดจากตะไคร้หอม นำมาใช้ปรุงกับน้ำหอมทาตัวสามารถที่จะป้องกันยุงได้ สามารถนำไปใช้โดยการใส่กระบอกสูบแล้วผสมกับน้ำมันอื่นเพื่อใช้ฉีดกันยุงได้ดีมาก นำต้นตะไคร้หอม 4-5 ต้น ทุบให้แตกแล้วนำไปวางทิ้งไว้ในห้องมืดๆกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากต้นตะไคร้หอมออกมาจะทำให้ยุงและแมลงหนีหายไปจนหมด ดังนั้น ได้มีกลุ่มชุมชนในท้องถิ่นได้คิดค้นทำตัวยาเพื่อกำจัดและป้องกันยุงขึ้นมาหลายชนิด เช่น ครีมทากันยุง ยาจุดกันยุง ยาฉีดกันยุง น้ำมันกันยุง และยังได้นำเอาใบตะไคร้หอมมาทุบแล้วนำมาวางไว้ใกล้ตัว พบว่าสามารถกันยุงได้ และผลจากการค้นคว้ายังพบว่า ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรที่สามารถกันยุงได้ โดยใบตะไคร้หอม จะมีน้ามันหอมระเหยสกัดสามารถใช้กันแมลงได้ เมื่อนำน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอม มาทดสอบกับยุงที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก และเท้าช้าง พบว่ามีผลป้องกันยุงกัดได้นานถึง 8-10 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถนำน้ำตะไคร้หอมไปฉีดพ่นแมลงในแปลงผักแทนการใช้สารเคมีได้อีกด้วย บทความน่าสนใจอื่นๆ คลิ๊ก

dengue fever คือ

Dengue Fever คือ อะไร เป็นมายังไง

Dengue Fever คือ ??? Dengue Fever คือ โรคไข้สูงที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ได้รับจากยุง อย่างรุนแรงที่ทำให้มีไข้สูงโรคนี้มักพบได้ในภูมิภาคเขตเมืองร้อนต่างๆในโลกเช่น เป็นโรคประจำท้องถิ่นในประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยกลุ่มของไวรัสที่มีความสัมพันธ์กัน 4 สายพันธ์ ซึ่งแต่ละสายพันธ์สามารถนำไปสู่โรค Dengue Fever (เดงกีฟีเวอร์) และไข้เลือดออกได้ ลักษณะทางการแพทย์ ไข้เลือดออก (Dengue hemorrhagic fever) เป็นโรคที่มีความรุนแรงมาก และมีอาการของโรคแทรกซ้อนที่อาจถึงชีวิต ในตอนแรกจะมีไข้ขึ้นสูงอยู่ 2-7 วันซึ่งไข้อาจจะสูงถึง 40-41 องศาเซลเซียส หน้าแดง และมีอาการเริ่มต้นอื่นๆของการเป็น ซึ่งอาจจะตามมาด้วยการเลือดออกที่สังเกตเห็นได้ เช่น รอยตามผิวหนัง เลือดออกที่จมูก หรือเหงือก และอาจมีเลือดออกภายใน ในรายที่รุนแรงอาจทำให้ระบบไหลเวียนในร่างกายล้มเหลว ช๊อค และเสียชีวิต การแพร่เชื้อ เชื้อเข้าสู่คนโดยการถูกยุงลายตัวเมียซึ่งติดเชื้อกัด เชื้อไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง ระยะฟักตัว ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ระหว่าง 3-14 วัน แต่โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 4-7 วัน การจัดการ ไม่มียาเฉพาะเจาะจงที่จะใช้รักษาแต่จะจำกัดลงได้ด้วยตัวเอง ให้การรักษาตามอาการเพื่อลดไข้และความเจ็บปวด หลักสำคัญที่ใช้ในการรักษาคือการรักษาการหมุนเวียนของปริมาณของเหลวในร่างกาย ถ้าได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมทันท่วงทีอัตราการเสียชีวิติควรอยู่ต่ำกว่า 1% การป้องกัน ในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้รักษา Dengue Fever (เดงกีฟีเวอร์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือการกำจัดแหล่งน้ำขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายและหลีกเลี่ยงการถูกยุงลายกัด สนใจเครื่องดักยุง ที่จะช่วยลดยุงลายและการเกิดไข้เลือดออก คลิกเลย

ยุงลาย
ยุงลาย

ยุงลาย กับโรคไข้เลือดออก

ยุงลาย กับโรคไข้เลือดออก ยุงลาย - ไข้เลือดออก หรือทางการแพทย์เรียกว่า  Dengue hemorrhagic fever โดยเรียกย่อๆ ว่า  DHF  เป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากไวรัสเดงกี (Dengue virus) โดยมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค อาการของโรคนี้ในช่วงแรกอาจคล้ายกับอาการไข้หวัด แต่มักจะไม่ค่อยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือไอมากอย่างผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด จึงทำให้ผู้ป่วยคิดว่าตนเป็นเพียงโรคไข้หวัดและทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก (more…)