ไข้เลือดออก อาการ

ไข้เลือดออก อาการ เป็นอย่างไร

ไข้เลือดออก อาการ เป็นอย่างไร อย่าให้คนรักของคุณต้องจากไปเพราะ “ไข้เลือดออก”

ไข้เลือดออก อาการ  – สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา  พบว่ายังมีผู้ป่วยเสียชีวิตทุกปีจากโรคนี้ แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงบ้างในบางปี แต่การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักหรือในบางครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักอันยิ่งใหญ่    ผลพวงและปัญหาที่ตามมาส่งผลกระทบทั้งครอบครัวและสังคม

สถานการณ์โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสเดงกี (Dengue virus )  ทางการแพทย์จึงเรียกโรคนี้ว่า Dengue hemorrhagic fever  โดยใช้อักษรย่อ DHF  โดยมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค  อาการของโรคนี้แม้จะคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรก  แต่มักจะไม่ค่อยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือไอมากอย่างผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด  ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก  และพบว่าในปัจจุบันประชาชนมักซื้อยาตามร้านขายยารับประทานเองมากขึ้น เนื่องจากสะดวกหาซื้อได้ง่ายไม่เสียเวลา จนทำให้อาการของโรครุนแรง     ส่วนอาการและความรุนแรงของโรคก็มีหลายระดับตั้งแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยไปจนถึงเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต (ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นอยู่กับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อไวรัส)

ไข้เลือดออก อาการอาการ ไข้เลือดออก

ระยะไข้

อาการสำคัญและชัดเจนที่สุดคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 39 – 41 องศาเชลเชียส  ลักษณะของไข้สูงลอยเกือบตลอดเวลา   ไข้อาจลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อได้รับประทานยาลดไข้ ระยะของไข้  โดยทั่วไปประมาณ 2 – 7 วัน  ส่วนใหญ่อาการจะแสดงชัดเจนในช่วง 2 – 5  วัน  (การเจาะเลือดเพื่อหาเชื้อไวรัสเดงกี่มักทำในวันที่ 3 ของไข้ จะได้ผลค่อนข้างแม่นยำ)

อาการอื่นๆ ที่พบได้มาก คือปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามกระดูกและข้อ  หน้าแดง  ตัวแดง รับประทานอาหารได้น้อยลง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วย

การดูแลที่สำคัญในระยะไข้ คือ

การเช็ดตัวลดไข้และดูแลความสุขสบายต่าง ๆ  ตั้งแต่ปากและฟัน เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ และทำให้การรับรสอาหารดีขึ้น   การเช็ดตัวลดไข้หากมีอาการหนาวสั่นอาจใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยเช็ดได้จะช่วยลดอาการหดเกร็งของหลอดเลือดทำให้ไข้ลดลงนอนพักได้ดีขึ้น  ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล  ในขนาดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโดยปรึกษาแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือสถานบริการสุขภาพใกล้บ้าน หรือเภสัชกร และหากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนไม่แนะนำให้ซื้อยาแก้อาเจียนรับประทานเอง

ให้อาหารอ่อนย่อยง่าย อาจเป็น ซุป  แกงจืด  โจ๊ก หรือข้าวต้มอุ่นๆ งดอาหารหรือผลไม้ที่มีสี ดำ แดง น้ำตาลไว้ก่อน  เพื่อช่วยในการแยกภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร

แนะนำให้ดื่มน้ำเกลือแร่ชนิดผงชงจิบบ่อยๆ แทนน้ำเปล่า  ด้วยน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมชนิดใสไม่มีสี

ที่เขย่าฟองออกและผสมเกลือเล็กน้อย หากรับประทานได้น้อยมากและอ่อนเพลีย ต้องไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อพิจารณาให้การรักษาตามความเหมาะสม

หากผู้ป่วยผ่านระยะไข้และร่างกายแข็งแรงรับประทานอาหารได้ดีหลังไข้ลดลง  มักไม่พบอาการแทรกซ้อนและฟื้นตัวได้ดี  ในระยะ 5 -7 วัน

อาการ ไข้เลือดออก

ระยะซ็อค

เป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายระบบ  พบได้หลังจากมีไข้ประมาณวันที่ 3 -7 วัน โดยมีอาการสำคัญ คือ ไข้ลดลง แต่อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้  ซึมลง ปวดท้อง คลำหน้าท้องด้านขวาพบตับโตมากกว่าปกติ  อาจมมีเลือดออกตามไรฟัน   อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดหรือสีคล้ำ  ความรูสึกตัวเปลี่ยนแปลง ชีพจรเบาแต่เร็ว  จับได้ไม่ขัดเจน  อาจพบจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายปลายปากกาจิ้มกดแล้วไม่จางลง การอ่านค่าทำด้วยการรัดด้วยทูร์นิเก้ (สายยาง)นาน 5 นาที แล้วอ่านในเส้นวงกลม

หากมีอาการดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิต

ภาวะช็อคมีความรุนแรง 4 ขั้น

  • ขั้นที่ 1 มีอาการชัดเจนคือไข้และจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ไม่มีเลือดออกในอวัยวะอื่น
  • ขั้นที่ 2 มีอาการรุนแรงมากกว่าขั้นที่ 1 คือ มีเลือดออกเอง อาจออกเป็นจ้ำเลือดที่ใต้ผิวหนัง หรือมีเลือดออกในอวัยวะอื่นๆ  อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ชีพจรและความดันโลหิตยังคงเป็นปกติ
  • ขั้นที่ 3 ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงของภาวะช็อกขัดเจน เช่น กระสับกระส่าย เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว ความดันต่ำ  ช่วงความดันแคบ
  • ขั้นที่ 4 ผู้ป่วยจะมีภาวะช็อกอย่างรุนแรง ชีพจรเบาและเร็วจนจับไม่ได้ ความดันตกจนวัดไมได้ อาจมี เลือดออกมากร่วมด้วย เช่น อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดมาก

การรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะช็อคขึ้นอยู่กับระดับของความรุนแรงของการช็อค   แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวางแผนการรักษาตามความเหมาะสมในแต่ระยะ  เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น  เช่น เลือดออกในอวัยวะต่างๆ เนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ ความดันต่ำกว่าปกติ  ความเข้มข้นเลือดสูงเนื่องจากเลือดหนืดข้น ภาวะน้ำเกินในร่างกาย ส่งผลกระทบต่างระบบหัวใจและปอด   หากมีเลือดออกมากผิดปกติอาจทำให้เกิดภาวะ

ไตวายเฉียบพลัน  อวัยวะส่วนปลายของร่างกายขาดเลือดทำให้เนื้อเยื่อตายอาจต้องตัดทิ้งหากจำเป็นซึ่งพบได้น้อยมาก  การรักษาในระยะนี้จึงต้องมีการติดตามผลเลือดและอาการอย่างใกล้ชิด ในโรงพยาบาลบางแห่งอาจให้ผู้ป่วยนอนพักในหอผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าใกล้ชิดหรือหอผู้ป่วยหนัก  ระยะนี้ใช้เวลาดูแลประมาณ 2 – 4 วัน

ไข้เลือดออก อาการ

ไข้เลือดออก อาการ

ระยะฟื้นตัว

ในรายที่มีภาวะช็อกไม่รุนแรง เมื่อผ่านวิกฤติช่วงระยะที่ 2 ไปแล้ว อาการก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกรุนแรง เมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก็จะฟื้นตัวเข้าสู่สภาพปกติ หรือหากผู้ป่วยที่มีภาวะช็อคขั้นรุนแรงและได้รับการดูแลจนปลอดภัยและหายเป็นปกติ ซึ่งดูได้จากการรับประทานอาหาร ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ระดับความดันโลหิต ชีพจรและการหายใจปกติ  ไม่มีไข้

ปลอดภัยจากยุงกัด  ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก นอนกางมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวดมิดชิดทาโลชั่นช่วยกันยุงหรือติดตั้งเครื่องดักยุงทั้งกลางวันและกลางคืน

 

Share this post

Comment (1)

Comments are closed.